เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ชุดตรวจบูรณาการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในสถานประกอบกิจการจังหวัดศรีสะเกษ นำโดยนางพนิดา เสถียรจิตร แรงงานจังหวัดศรีสะเกษ บูรณาการกำลัง จำนวน 10 หน่วยงาน ตรวจบูรณาการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในสถานประกอบกิจการจังหวัดศรีสะเกษ ตามคำสั่ง จังหวัดศรีสะเกษ ที่ 72/2559 ลงวันที่ 11 มกราคม 2559 ประกอบด้วย
1.แรงงานจังหวัดศรีสะเกษ
2. ผู้แทนปลัดจังหวัดศรีสะเกษ
3.ผู้แทนสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดศรีสะเกษ
4.ผู้แทนจัดหางานจังหวัดศรีสะเกษ
5.ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ
6. ผู้แทนแทนประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ
7.ผู้แทนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ
8.ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ
9.ผู้แทนป้องกันจังหวัดศรีสะเกษ
10.ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ
เข้าตรวจสอบสถานประกอบกิจการ ประเภทกิจการ แปรรูปสินค้าการเกษตรและส่งออก คาราโอเกะ ปั้มน้ำมันและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ในพื้นที่อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ดังนี้
1. หจก.สหสยามฟาร์ม ประเภทกิจการ แปรรูปสินค้าการเกษตรและส่งออก
2. ร้านหนุนคาราโอเกะ ประเภทกิจการ คาราโอเกะ
3. บจก. ปิโตรเลียมไทย ประเภทกิจการ ปั้มน้ำมัน
4. หจก.ณัฐวัฒน์ เจริญทรัพย์ ประเภทกิจการ ปั้มน้ำมัน
5. ร้านรุ่งเรืองวรกิจค้าไม้ ประเภทกิจการ จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง
ผลการตรวจสอบสถานประกอบการ จำนวน 5 แห่ง ลูกจ้างสัญชาติไทย 97 คน ลูกจ้างต่างด้าว สัญชาติลาว 2 คน และลูกจ้างต่างชาติ สัญชาติลิทัวเนีย 1 คน รวมลูกจ้างทั้ง 100 คน ไม่พบปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ไม่พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย, ไม่พบการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมายและแรงงานบังคับแต่อย่างใด ได้ตรวจวัดอุณหภูมิของแรงงานในสถานประกอบการทุกราย พบว่ามีอุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งคณะทำงานฯ ได้ให้คำแนะนำผู้ประกอบการ นายจ้าง ลูกจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน,พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561, การแจ้งเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าวภายใน 24 ชม., แนะนำการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522, การตรวจสุขภาพประจำปี, การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการและได้แนะนำการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึงแนะนำแนวทางการช่วยเหลือสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามมาตรการเร่งด่วนของกระทรวงแรงงาน

